เห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ สมุนไพรจีนมากสรรพคุณ

ถ้าพูดถึงเรื่องสมุนไพร หลายคนก็คงจะรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อของ เห็ดหลินจือ เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นจากโทรทัศน์ วิทยุ หรือจากสื่อต่าง ๆ ด้วยความนิยม และสรรพคุณทั้งหลายเห็ดหลินจือยังมักจะถูกนำมาแปลรูปให้ทานง่าย และเก็บไว้ได้นานมากขึ้น

เราเลยเห็นพวกอาหารเสริม หรือเครื่องดื่มเกี่ยวกับเห็ดหลินจืออยู่บ่อย ๆ เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นที่ถูกเรียกว่า ราชาแห่งสมุนไพรกันเลยทีเดียว

 

เห็ดหลินจือ สีแดง

เห็ดหลินจือ คืออะไร

เห็ดหลินจือ เป็นชื่อที่เรารู้จักกันในไทย แต่ที่จริงแล้วชื่อวิทยาศาสตร์ของเห็ดชนิดนี้คือ Ganoderma Lucidum ลักษณะของใบเห็ดจะใหญ่คล้ายกับใบไม้ สีเข้ม มันวาว และจะเกิดตามขอนไม้

ในประเทศของเรานั้น เห็ดที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับเห็ดหลินจือเนี่ย จะเป็นที่รู้จักกันในชื่อของเห็ดกระด้าง เห็ดนางกวัก อะไรพวกนี้ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเห็ดบ้าน ๆที่หาได้ทั่วไปพวกนี้เป็นหนึ่งในประเภทของเห็ดหลินจือเหมือนกัน

ในเห็ดหลินจือจะมีสารอาหาร และแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียล โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน โดยเฉพาะกรดอะมิโนไลซีน และลิวซีนที่จะมีเยอะเป็นพิเศษ

มันเลยทำให้คนในแถบเอเชีย ซึ่งเป็นแถบที่มักจะพบเห็ดหลินจือขึ้นตามป่าเขา นิยมนำเห็ดหลินจือมาใช้เป็นอาหารเสริม หรืออาหารที่บำรุงร่างกาย ตั้งแต่อดีต มาจนถึงปัจจุบัน จนแม้แต่นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังสนใจ และนำเห็ดหลินจือไปทดลองเพื่อหาสรรพคุณ และประสิทธิภาพในการบำรุงร่างกาย เป็นการพิสูจน์ว่าเห็ดหลินจือที่คนนิยมทานกันเนี่ย มันบำรุงร่างกาย หรือว่ารักษาโรคนั้นโรคนี้ได้จริงหรือไม่อีกด้วย

 

เห็ดหลินจือ สีน้ำตาล

ชนิดของ เห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ ถ้าจะให้พูดกันจริง ๆก็มีอยู่หลายชนิด ซึ่งหลัก ๆแล้วก็จะเป็นเห็ดหลินจือแดงที่พบได้บ่อย ๆ การแบ่งชนิดของเห็ดหลินจือก็ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนมาก เพราะเป็นการแบ่งตามสีของดอกเห็ด ซึ่งสามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 6 ชนิด

1. ดอกเห็ดสีแดง หรือเห็ดหลินจือแดง (นิยมมากที่สุด)จะมีรสขม สามารถใช้เป็นยาบรรเทาอาการแน่นหน้าอก เลือดตกค้าง และบำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่ป่ายเป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรัง สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กับคนที่เป็นโรคสมองเสื่อม และเป็นโรคเบาหวานได้อีกด้วย

2. ดอกเห็ดสีเขียว รสชาติขมเล็กน้อย เหมาะกับคนที่เป็นโรคหัวใจ

3. ดอกเห็ดสีเหลือง เห็ดหลินจือชนิดนี้จะมีรสชาติที่จืด สามารถบำรุงระบบประสาท และระบบขับถ่ายได้

4. ดอกเห็ดสีม่วง จะมีรสชาติที่ขมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สามารถรักษา และบรรเทาโรคไขข้ออักเสบ รวมถึงโรคหูอักเสบได้

5. ดอกเห็ดสีดำ เห็ดหลินจือชนิดนี้จะมีรสชาติที่เค็ม และสามารขับน้ำที่ตกค้างในร่างกายได้ รวมถึงขับปัสสาวะได้ และบำรุงไตได้ด้วย

6. ดอกเห็ดสีขาว มีรสชาติขมเล็กน้อย ช่วยทำให้หายใจคล่อง เพราสามารถบำรุงระบบทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี

 

เห็ดหลินจือ พร้อมดื่ม

ทำไมเห็ดหลินจือ ถึงถูกเรียกว่าราชาแห่งสมุนไพร มาอย่างยาวนาน

ที่จริงแล้วเห็ดหลินจือที่พบมากที่สุด และที่เราเห็นกันบ่อย ๆจะเป็นเห็ดหลินจือแดง คือสามารถเรียกว่าเห็ดหลินจือ แทนเห็ดหลินจือแดงได้เลย จากชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามีสรรพคุณเยอะ เพราะ “หลินจือ” ในภาษาจีน แปลว่า “เหนือธรรมชาติ”

ที่คนปัจจุบันได้มารู้จักเห็ดชนิดนี้ก็เพราะมันเป็นเห็ดที่อยู่คู่กับวงการแพทย์มายาวนานกว่าสองพันปี แล้วยังถูกบันทึกไว้ในตำรา“เฉินหนงเปิ่นเฉา” ซึ่งเป็นตำราสมุนไพรที่เก่าแก่ที่สุดของจีนอีกด้วย

คือสมัยก่อนหมอจีนเนี่ยเค้าเอาเห็ดหลินจือไปใช้เป็นยารักษาโรคเกือบทุกโรค เรียกได้ว่าใช้แทนยาปฏิชีวนะในปัจจุบันนั่นแหละ มันเลยเป็นที่มาของชื่อ ราชาแห่งสมุนไพร จนมาถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยี และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ก้าวไกลจนสามารถพิสูจน์ข้อเท็กจริงต่าง ๆได้

เห็ดหลินจือก็ยังคงครองการเป็นราชาแห่งสมุนไพรเอาไว้ได้ ด้วยข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่มาช่วยสนับสนุนว่าเห็ดชนิดนี้มีสรรพคุณ และประโยชน์มากมายขนาดไหน

 

ดื่มน้ำสมุนไพร

สรรพคุณของ เห็ดหลินจือ

ที่จริงแล้วในเห็ดหลินจือ 6 ประเภทใหญ่ ๆนั้น เห็ดหลินจือมีมากกว่า 100 สายพันธ์ แต่ในกว่าร้อยสายพันธ์นี้มีเพียง “เห็ดหลินจือแดง” เท่านั้นที่ได้รับความนิยม และมีสรรคุณท่างยาเป็นที่ยอมรับมากที่สุด

เห็ดชนิดนี้จึงจัดว่าหายาก และมีคุณค่ามากที่สุด เพราะจากหลักฐาน และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เห็ดหลินจือมีสารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารที่จะเป็นต่อร่างกาย อย่างคาร์โบไฮเดตร โปรตีน ลิพิด กรดนิวคลีอิก นอกจากนี้ยังมีวิตามิน และแร่ธาตุอื่น ๆอีก อย่างเช่น โพแทสเซียม แคลเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก เป็นต้น

และนอกจากนี้ยังมีสารอื่น ๆที่สำคัญ และมีประโยชน์มากมาย จึงทำให้เห็ดหลินจือมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ทั้งเรื่องของการรักษา และฆ่าเซลล์มะเร็ง อย่างเช่น มะเร็งเต้านมชนิด MCF-7 มะเร็งรังไข่ กระตุ้นภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยมะเร็งปอด และยังสามารถรักษามะเร็งขั้นลุกลามได้อีกด้วย

 

วิจัย

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่สนับสนุนสรรพคุณ

จากงานวิจัยของกลุ่มงานวิจัยสถาบันมะเร็งแห่งชาติกล่าวว่า เห็ดหลินจือสามารถยับยั้งการเจริญ และการแพร่กระจายของมะเร็งเต้านมชนิด MCF-7 ในระดับหลอดทดลง แต่ถึงแม้จะเป็นแค่ในระดับหลอดทดลองก็ถือว่าเป็นผลการศึกษาที่น่าสนใจ และสามารถนำไปต่อยอดการทดลองในระดับสัตว์ทดลองต่อไป ซึ่งคิดว่าจะสามารถเป็นประโยชน์ต่อการบำบัดรักษาโรคในอนาคตได้

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจาก รศ.พญ.ดร.นริสา ฟูตระกูล ซึ่งกล่าวไว้ว่าเห็ดหลินจือในรูปแบบแคปซูลสามารถลดการอักเสบของไตได้ เพราะเมื่อผู้ป่วยโรคไตทานเห็ดหลินจือแบบเม็ดแล้ว พบว่าสารที่เสริมการอักเสบของไตลดลง ในขณะที่สารต้านการอักเสบสูงขึ้น ทำให้ไตมีเลือดไปเลี้ยงเพิ่มขึ้น กรองของเสียได้มากขึ้น อัตราการรั่วของโปรตีนลดลง ฟื้นฟูการทำงานของไตได้ ซึ่งทำให้สามารถยืดอายุไตของผู้ป่วยให้เข้าสู่ภาวะไตวายได้ช้าลงได้ด้วย

 

หลีกเลี่ยง

ข้อควรระวัง ในการรับประทาน

อ่านมาขนาดนี้แล้วก็คงรู้แล้วว่าเห็ดหลินจือ มีประโยชน์มากขนาดไหน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทานได้ทุกคนแบบไม่จำกัด เพราะว่าเห็ดหลินจือเองก็มีข้อที่ควรระวังอยู่เหมือนกัน
คนที่ควรหลีกเลี่ยงการทานเห็ดหลินจือ

  1. สตรีมีครรภ์ หรือกำลังอยู่ในระยะให้นมบุตร
  2. คนที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด
  3. คนที่มีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะมีปัญหาเกี่ยวกับเลือด ไม่ว่าจะเป็นความดันเลือดต่ำ เกร็ดเลือดต่ำ หรือมีภาวะเลือดออกมากกว่าปรกติ เพราะการบริโภคเห็ดหลินจือมีผลข้างเคียงคือทำให้ถ่ายเป็นเลือด และเลือดกำเดาไหลได้

ซึ่งถ้าหากเป็นกลุ่มคนที่ควรหลีกเลี่ยงแล้วยังอยากจะทานเห็ดหลินจือ หรือว่าเผลอทานไปโดยไม่ได้ตั้งใจก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อปรึกษา และรับการแนะนำที่ถูกต้องเป็นแนวทางในการปฏิบัติตามต่อไป

ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้นที่ควรหลีกเลี่ยง ก็ยังคงสามารถทานเห็ดหลินจือได้ แต่ควรทานแบบพอดี ๆไม่มากเกินไป และทานให้ถูกวิธีด้วย การทานเห็ดหลินจือแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน แต่มีข้อแนะนำหลัก ๆ ดังนี้

  1. เห็ดหลินจือแบบผง ไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 1 เดือน เพราะอันตรายต่อสุขภาพ
  2. สารสกัดจากเห็ดหลินจือ ไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 1 ปี เพราะการทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานขนาดนั้นจะทำให้เกิดอันตรายต่อตับ และสุขภาพได้
  3. ไวน์ที่ทำมาจาหเห็ดหลินจือ ไม่ควรทาน เพราะมันจะทำให้เกิดผดผื่น
  4. เห็ดหลินจือที่ยังไม่ผ่านการสกัด และแปรรูปก็ขอให้ระวังสปอร์ไว้ให้ดี เพราะมันจะทำให้คุณเกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้

 

เห็ดหลินจือ สกัด

สรุป

เห็ดหลินจือ โดยเฉพาะเห็ดหลินจือแดงเป็นราชาสมุนไพรชั้นเยี่ยมที่สามารถรักษา และบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้มากมาย โดยเฉพาะเรื่องของโรคมะเร็ง และโรคไต ที่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และทางการแพทย์ชัดเจน

เห็ดหลินจือสามารถทานได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการทานแบบสด หรือทานแบบที่ผ่านการสกัด และแปรรูปมาแล้ว แต่ทั้งนี้คนที่จะทานเห็ดชนิดนี้ควรศึกษาวิธีการ และข้อควรระวังของการทานเห็ดหลินจือให้ดี เมื่อทานแล้วจะได้รับประโยชน์ได้ ถ้าไม่มั่นใจว่าทานได้หรือไม่ หรือว่าควรทานอย่างไรก็สามารถปรึกษาแพทย์ควบคู่ไปด้วยได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวท่านเอง

ใส่ความเห็น

Shopping cart

0

No products in the cart.