ถั่งเช่า

ถั่งเช่า ตำนานราชาแห่งสมุนไพรจีน

ถ้ากล่าวถึงสมุนไพรที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน คงหนีไม่พ้นราชาแห่งสมุนไพร นั่นก็คือ “ถั่งเช่า” ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เมื่อนับพันปีที่ผ่านมา ในตำรายาสมุนไพรจันในการบำรุงร่างกายและตำราการรักษาตามแบบแพทย์แผนจีนดั่งเดิมสำหรับราชวงศ์

 

ถั่งเช่า วางเรียงกัน

ถั่งเช่า คืออะไร? เกิดจากอะไร?

ถั่งเช่า คือ สมุนไพรของจีน ที่ไม่ใช่พืชแต่จัดอยู่ในตระกูลเห็ดรา (Fungi) หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “หญ้าหนอน” ที่มีชื่อเรียกเช่นนี้ เพราะในช่วงฤดูหนาว จะมีการจำศีลของหนอนผีเสื้อ ที่มักชอนไชลงไปใต้ดินเป็นระยะเวลานาน จนเกิดการเสื่อมสภาพ แล้วถูกสปอร์ของราที่มีชื่อว่า Ophiocordyceps แทรกเข้าไปฝังตัวในส่วนต่าง ๆ ของตัวหนอนที่ใกล้จะตาย

ราชนิดนี้จึงอาศัยแบบเป็นปรสิต โดยการแตกเส้นใยออกมาทางหัวของหนอนที่ตายแล้ว จนมีลักษณะลำตัวเป็นหนอนสีเหลือง ส่วนหัวเป็นเหมือนหญ้าแห้งสีน้ำตาล ที่โผล่พ้นดินออกมาในช่วงฤดูร้อน คนทั่วไปจึงเรียกว่า “หญ้าหนอน”

ซึ่งมักเติบโตในที่สูง อากาศชื้นและเย็นจัด ได้แก่ เทือกเขาแถบทิเบต ภูฐาน และจีน ซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลไม่ต่ำกว่า 10,000 ฟุต จึงเป็นของหายาก และมีราคาแพงมากที่สุดในบรรดาสมุนไพรต่าง ๆ

 

ถั่งเช่า ในตำนาน

ตำนาน ถั่งเช่า

ต้นกำเนิดของ “ถั่งเช่า” ถูกกล่าวว่า เป็นยาในตำรับแพทย์แผนจีนมากว่า 300 ปี โดยมีการค้นพบตำราจีนโบราณเกี่ยวกับถั่งเช่า ในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง (ช่วงปี ค.ศ. 1736-1796) แห่งราชวงศ์ชิง (แมนจู) ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน

มีบันทึกว่า ถั่งเช่าสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ที่มีรสหวาน ช่วยในการบำรุงร่างกายทั้งไต ปอด และระบบไหวเวียนเลือด เปรียบประดุจยาอายุวัฒนะ ที่ได้เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งหาได้ยากบนเทือกเขาอันไกลโพ้น

ดังนั้นถั่งเช่าจึงเป็นสมุนไพร ที่ถูกกล่าวขานในเรื่องสรรพคุณมาอย่างยาวนาน และสืบทอดตำนานนี้มาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานเรื่อยมา ซึ่งจากผลงานวิจัยในปัจจุบัน ที่สนับสนุนคุณประโยชน์ของถั่งเช่าแบบนานับประการ ก็ได้เสริมความมั่นใจในเรื่องของถั่งเช่าสรรพคุณต่าง ๆ ให้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ตำนานที่เล่าขานกันอีกต่อไป

 

น้ำ ถั่งเช่า

สมัยก่อน นิยมทานในช่วงใด

การรับประทานถั่งเช่าในสมัยโบราณ จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมในวงกว้างอย่างในปัจจุบัน เพราะเปรียบเสมือนเป็นยาที่หาได้ยาก ซึ่งจะมีเพียงแต่จักรพรรดิและขุนนางชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับประทาน สมัยก่อนจึงมักจะรับประทานถั่งเช่า ในช่วงเช้าของแต่ละวันช่วงที่ท้องว่าง ก่อนการรับประทานอาหาร

เพราะจะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนต่าง ๆ ในปรับสมดุลของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบหมุนเวียนเลือด ระบบทางเดินหายใจ ระบบเผาผลาญในลำไส้ ซึ่งเป็นการกระตุ้นสมรรถนะ ในการทำงานแต่ละวันได้เป็นอย่างดี ร่างกายจะกระปรี้กระเปร่า ไม่เกิดอาการอ่อนเพลียระหว่างวัน

ซึ่งปัจจุบันจะมีการรับประทานถั่งเช่าในช่วงเช้าเช่นกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานดังที่กล่าวมา แต่จะมีการเพิ่มการรับประทานในช่วงเย็นด้วย เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะของระบบภูมิคุ้มกันในงร่างกาย กระตุ้นให้มีการนำพลังงานส่วนต่าง ๆ มาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออีกด้วย

 

ถั่งเช่า สีทอง

4 สายพันธุ์ของ ถั่งเช่า ที่มีชื่อเสียง

สมุนไพรหญ้าหนอน หรือ ถั่งเช่า (Cordyceps) สามารถจำแนกได้เป็น 4 สายพันธุ์ ได้แก่

1. ถั่งเช่าสีทอง หรือ Militaris Cordyceps เป็นถั่งเช่าที่ได้จากการเพาะเลี้ยงที่กำลังมาแรง เพราะเป็นตระกูลเดียวกันกับถั่งเช่า ที่มีต้นกำเนิดจากภูเขาสูง แต่เปลี่ยนวิธีการเพาะพันธุ์แบบใหม่ เนื่องจากแบบดั้งเดิมหายากมากขึ้น

โดยมีการเพาะเลี้ยงแบบควบคุมอุณหภูมิให้เย็นและมีความชื้นสูงเหมือนอยู่บนเทือกเขาสูง จุดเด่นของการเพาะเลี้ยงแบบนี้คือ ได้ถั่งเช่าคุณภาพดี สรรพคุณไม่แตกต่างจากการปลูกบนยอดเขา และที่สำคัญมีคุณภาพสม่ำเสมอ เพราะมีการเพาะเลี้ยงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนี้

2. ถั่งเช่าทิเบต หรือ Sinensis Cordyceps เป็นถั่งเช่าแบบที่พบตามธรรมชาติบนเทือกเขาสูง เป็นพันธุ์ที่มีคุณประโยชน์สูง เช่นเดียวกับถังเช่าสีทอง แต่จะมีข้อเสียคือเพาะพันธุ์และหาได้ยาก ราคาจึงแพงมาก จึงไม่สามารถเข้าถึงคนทั่วไปได้ แต่จุดเด่น คือ สรรพคุณสูงมาก และมีต้นกำเนิดมาอย่างยาวนาน

3. ถั่งเช่าจักจั่น หรือ Sinclairii Isaria พันธุ์นี้มีการเจริญเติบโตของสปอร์ โดยจากฝังตัวในจักจั่นที่ตายแล้ว จากนั้นเส้นใยงอกออกมาจากส่วนหัว ลักษณะเหมือนดอกเห็ดสีขาวงอกออกมา จุดเด่นคือ เพาะพันธุ์ได้ในสภาพแวดล้อมตามปกติ ไม่จำเป็นต้องอากาศเย็น

4. ถั่งเช่าเกาหลี หรือ ถั่งเช่าหิมะ Isaria Tenuipes) เป็นการเลี้ยงจากหนอนไหม ที่ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ เพื่อให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี ให้ได้คุณภาพสูงเช่นเดียวกับถั่งเช่าชนิดอื่น ลักษณะที่ออกมาจะเป็นสปอร์ของเห็ดสีขาว งอกออกมาเช่นเดียวกับถั่งเช่าจักจั่น

 

ประโยชน์

ถั่งเช่า ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

การรับประทานถั่งเช่า ที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกันที่สุด น่าจะเป็นถั่งเช่าทิเบต และถั่งเช่าสีทอง ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกัน แค่วิธีการเพาะพันธุ์ต่างกัน ในถังเช่ามีสารเคมีหลายชนิดที่ ได้แก่ กรด cordycepic acid ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักประมาณ 7-29% และยังพบสารประเภทโปรตีน ไขมัน พอลิแซ็กคาไรค์ วิตามิน แร่ธาตุปริมาณเล็กน้อย เป็นต้น

สุดยอดสรรพคุณของถั่งเช่า มีดังนี้

  1. ช่วยชะลอวัย เนื่องจากช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ ชะลอเซลล์ไม่ให้เสื่อมเร็ว จากสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในถั่งเช่า
  2. ช่วยต้านการเกิดเนื้องอก มะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระในถั่งเช่า จะช่วยยับยั้งเซลล์ที่ผิดปกติ ต่อต้านไม่ให้ขยายตัว
  3. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือ ใจสั่น ที่สำคัญยังลดระดับน้ำตาลในเลือกได้อีกด้วย
  4. ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตร เพราะช่วยเห็นระบบหมุนเวียนโลหิตดี หลอดเลือดขยาย เสมือนเป็นไวอาก้าแบบธรรมชาติ
  5. ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จากการทดลองพบว่าช่วยเพิ่มปริมาณอสุจิ และกระตุ้นวามรู้สึกทางเพศได้ดี
  6. ช่วยบำรุงตับและไต การรับประทานถั่งเช่าช่วยรักษาผู้ป่วยไตวาย และบำรุงตับได้อีกด้วย
  7. ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้หายใจคล่อง จากการขยายหลอดเลือดให้ออกซิเจนเข้าสู่ปอดและหัวใจมากขึ้น
  8. ช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจและปอด รักษาภูมิแพ้ ไอ หอบ ถุงลมโป่งพอง วัณโรค และโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ
  9. ช่วยลดการอักเสบ เนื่องจากถั่งเช่าเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถยับยั้งการอักเสบได้ดี
  10. ช่วยทำให้จิตใจสงบ เป็นผลจากการได้รับออกซิเจนมากขึ้น ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า อารมณ์ไม่แปรปรวน

 

ดื่มชาถั่งเช่า

คำแนะนำในการรับประทาน

  1. ควรรับประทานช่วงเช้าก่อนรับประทานอาหาร เพราะถั่งเช่าจะดูดซึมและกระตุ้นปฏิกิริยาขณะท้องว่างได้ดี
  2. ควรชงกับน้ำร้อนไม่เกินเกิน 80 องศาเซลเซียส เพราะความร้อนจะทำให้สารบางชนิดในถั่งเช่าจะสลาย หรือประสิทธิภาพลดลง
  3. ห้ามรับประทานพร้อมยาในกลุ่มการกระตุ้นประสาทต่าง ๆ และสารเสพติดทุกชนิด
  4. ห้ามรับประทานพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ เพราะสารบางชนิดอาจเสื่อมสภาพจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
  5. ห้ามรับประทานพร้อมกับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือสารที่มีฤททิ์ตรงกันข้าม เช่น โสม กาแฟ ชาจีน เป็นต้น

 

การรับประทานสมุนไพรชนิดเดียวกัน อาจได้ผลไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกาย อายุ อาชีพ และการใช้ชีวิตของแต่ละคน ดังนั้นถ้ารู้ว่าร่างกายของเราอ่อนแอหรืออายุมากขึ้น อาจต้องใช้ปริมาณถั่งเช่าที่มากกว่าปกติ

นอกจากนี้อาจต้องรับประทานถึง 2 ช่วง คือ เช้าและเย็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของถั่งเช่าให้มากขึ้น และถึงแม้ว่าประโยชน์ของถั่งเช่ามีมากมายก็จริง แต่ก็ต้องเฝ้าระวังการใช้ ในผู้ป่วยกลุ่มนี้

1. ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่กำลังรับประทานยาแบบกดภูมิคุ้มกัน ต้องเลี่ยงการรับประทานถั่งเช่าในช่วงนี้ เพราะยิ่งจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้การรักษาสวนทางกัน ต้องรอให้แพทย์อนุญาตก่อนค่อยรับประทาน

2. ผู้ที่มีโรคเลือดแข็งตัวช้า ห้ามรับประทาน เพราะถั่งเช่าจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี จึงทำให้เลือดแข็งตัวช้า

3. โรค SLE แบบภูมิแพ้ตัวเอง ห้ามกินเด็ดขาด เพราะจะกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ให้เกิดการแพ้ภูมิตัวเองมากขึ้น

4. โรครูมาตอยด์หรือข้ออักเสบ ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเป็นมากขึ้น เนื่องจากสร้างภูมิมากขึ้นนั่นเอง

5. ผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด อาจต้องหยุดกินก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์ เนื่องจากเลือดอาจแข็งตัวช้า
นอกจากผู้ที่กล่าวมาในข้างต้น ก็สามารถรับประทานถั่งเช่าได้ตามปกติ โดยให้เลือกรับประทานถั่งเช่า เพื่อบำรุงสุขภาพแทนเน้นเพื่อการรักษา

 

ถั่งเช่าบนไม้

สรุป

ถั่งเช่าเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณมากมายทั้งในเรื่องบำรุง ฟื้นฟู ร่างกาย หรือแม้กระทั่งยับยั้งการเกิดของโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย โดยในปัจจุบัน ถั่งเช่าหามารับประทานไม่ยากเหมือนในสมัยก่อนแล้ว มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากถั่งเช่าสกัด มากมายให้เลือกซื้อ เลือกหา มารับประทาน แต่ก็ควรเลือกเฉพาะที่เชื่อถือได้ และมี อย. เท่านั้นนะครับ

ใส่ความเห็น

Shopping cart

0

No products in the cart.